อาณาจักรของพระเจ้ามาปรากฏ

มัทธิว 3:1-4:25

31ในครั้งนั้นยอห์นผู้ให้บัพติศมา*มาประกาศในถิ่นทุรกันดารแคว้นยูเดียว่า

ยอห์นผู้ให้บัพติศมา

2จงกลับใจ เพราะว่าอาณาจักรแห่งสวรรค์ใกล้จะมาถึงแล้ว*

3เพราะยอห์นคือผู้ที่กล่าวถึงโดยอิสยาห์ผู้เผยคำกล่าวของพระเจ้าว่า
“เสียงของผู้ที่ร้องในถิ่นทุรกันดาร
‘จงเตรียมทางของพระผู้เป็นเจ้าให้พร้อม
จงทำทางของพระองค์ให้ตรง’*”
4ยอห์นเองสวมเสื้อผ้าทำด้วยขนอูฐ คาดเอวด้วยหนังสัตว์ และอาหารคือตั๊กแตนและน้ำผึ้งป่า 5คนทั้งเมืองเยรูซาเล็ม ทั้งแคว้นยูเดีย และทั่วทั้งย่านแม่น้ำจอร์แดนก็ออกไปหายอห์น 6พวกผู้คนสารภาพบาปและได้รับบัพติศมาจากยอห์นในแม่น้ำจอร์แดน
7เมื่อยอห์นเห็นฟาริสี*และสะดูสี*จำนวนมากมารับบัพติศมา จึงพูดกับพวกเขาว่า

ยอห์นผู้ให้บัพติศมา

พวกอสรพิษ ใครกันที่เตือนให้ท่านหนีการลงโทษที่จะมาถึง 8ฉะนั้นจงประพฤติตนเพื่อพิสูจน์ว่าท่านกลับใจจากการทำบาป 9และอย่าคิดว่าท่านพูดต่อกันไปได้ว่า ‘เรามีอับราฮัมเป็นบิดาของเรา’ ข้าพเจ้าขอบอกท่านว่า พระเจ้าสามารถทำให้หินพวกนี้กลายเป็นลูกๆ ของอับราฮัมก็ได้ 10มีขวานจ่อไว้ที่รากต้นไม้แล้ว หากว่าต้นไม้ต้นใดก็ตามไม่สามารถให้ผลงามได้ ก็จะถูกโค่นลงและถูกโยนเข้ากองไฟ
11ข้าพเจ้าให้บัพติศมาแก่ท่านด้วยน้ำเป็นการแสดงถึงการกลับใจของท่าน แต่พระองค์ผู้กำลังมาหลังจากข้าพเจ้านั้นมีอานุภาพยิ่งกว่าข้าพเจ้า แม้แต่รองเท้าของพระองค์ ข้าพเจ้าก็มิบังควรที่จะถือ พระองค์จะให้บัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์และไฟ 12พลั่วสำหรับแยกแกลบอยู่ในมือของพระองค์ พระองค์จะทำความสะอาดลานของพระองค์ให้ทั่ว และแยกเก็บข้าวสาลีไว้ในยุ้ง แต่พระองค์จะเผาแกลบนั้นด้วยไฟซึ่งลุกโชติช่วงอยู่ตลอดเวลา

13ครั้นแล้วพระเยซูก็จากแคว้นกาลิลีมาจนถึงแม่น้ำจอร์แดน พระองค์มาหายอห์นเพื่อรับบัพติศมาจากท่าน 14แต่ยอห์นพยายามห้ามพระองค์โดยกล่าวว่า

ยอห์นผู้ให้บัพติศมา

ข้าพเจ้าสมควรที่จะรับบัพติศมาจากพระองค์ แล้วพระองค์จะมารับจากข้าพเจ้าอย่างนั้นหรือ

15แต่พระเยซูกล่าวตอบยอห์นว่า

พระเยซู

ในเวลานี้ ขอให้เป็นไปตามนั้นเถิด เพราะสมควรที่เราทั้งสองจะกระทำการนี้เพื่อเป็นไปตามความชอบธรรมทุกประการ

แล้วยอห์นก็ยินยอม
16หลังจากรับบัพติศมาแล้ว พระเยซูขึ้นจากน้ำทันที และสวรรค์ก็เปิดออก และเห็นพระวิญญาณของพระเจ้าในรูปลักษณ์ของนกพิราบลงมาสถิตบนพระองค์ 17มีเสียงกล่าวจากสวรรค์ว่า

พระเจ้า

ผู้นี้เป็นบุตรที่รักของเรา คือผู้ที่เราพอใจมาก

41ครั้นแล้ว พระวิญญาณได้นำพระเยซูเข้าไปในถิ่นทุรกันดาร เพื่อพญามารจะได้ยั่วยุพระองค์* 2หลังจากพระองค์อดอาหารเป็นเวลา 40 วัน 40 คืนแล้ว พระองค์จึงรู้สึกหิว 3พญามารผู้ยั่วยุมาพูดกับพระองค์ว่า

พญามาร

ถ้าท่านเป็นบุตรของพระเจ้า ก็ทำให้ก้อนหินพวกนี้กลายเป็นขนมปังสิ

4แต่พระองค์กล่าวตอบว่า

พระเยซู

มีบันทึกไว้ว่า
‘มนุษย์มิอาจยังชีพได้ด้วยขนมปังเพียงอย่างเดียว
แต่อยู่ได้ด้วยทุกถ้อยคำที่กล่าวจากปากของพระเจ้า’*

5แล้วพญามารก็นำพระองค์เข้าไปยังเมืองบริสุทธิ์ ให้พระองค์ยืนบนยอดสูงสุดของพระวิหาร 6และพูดกับพระองค์ว่า

พญามาร

ถ้าท่านเป็นบุตรของพระเจ้า ก็กระโดดลงไปสิ เพราะมีบันทึกไว้ว่า
‘พระองค์จะสั่งเหล่าทูตสวรรค์ของพระองค์มาปกป้องท่าน’และ
‘ทูตสวรรค์จะช่วยรับท่านไว้ในมือ
เพื่อว่าเท้าของท่าน
จะได้ไม่กระทบแม้หินสักก้อน’*

7พระเยซูกล่าวกับพญามารว่า

พระเยซู

มีบันทึกไว้ด้วยว่า ‘อย่าลองดีกับพระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของเจ้า’*

8พญามารจึงนำพระองค์ไปยังภูเขาสูงเพื่อให้ดูทุกอาณาจักรในโลกพร้อมกับความรุ่งเรือง 9พญามารพูดกับพระองค์ว่า

พญามาร

เราจะยกสิ่งเหล่านี้ให้ท่านหากท่านก้มลงนมัสการเรา

10พระเยซูกล่าวกับพญามารว่า

พระเยซู

ไปเสียให้พ้นเถิดซาตาน* เพราะมีบันทึกไว้ว่า
‘เจ้าจงกราบนมัสการพระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของเจ้า
และรับใช้พระองค์เพียงผู้เดียว’*

11ครั้นแล้วพญามารก็จากพระเยซูไป และเหล่าทูตสวรรค์ได้มาปรนนิบัติพระองค์
12เมื่อพระเยซูได้ยินว่ายอห์นถูกจับกุม พระองค์ก็เดินทางไปยังแคว้นกาลิลี 13เมื่อพระองค์เดินทางออกจากเมืองนาซาเร็ธก็ได้ไปอาศัยอยู่ที่เมืองคาเปอร์นาอุม ซึ่งอยู่ริมทะเลสาบในเขตแดนเผ่าเศบูลุนและนัฟทาลี 14ทั้งนี้เพื่อเป็นไปตามที่ได้กล่าวไว้โดยผ่านอิสยาห์ผู้เผยคำกล่าวของพระเจ้าว่า
15“เขตแดนของเผ่าเศบูลุนและเขตแดนของเผ่านัฟทาลี
ตามทางข้างทะเลโพ้นแม่น้ำจอร์แดน
คือกาลิลีของบรรดาคนนอก*
16ผู้คนที่อาศัยอยู่ในความมืด
ได้เห็นความสว่างอันยิ่งใหญ่
ผู้ที่นั่งอยู่ในดินแดนของเงาแห่งความตาย
ได้รับความสว่างที่สาดส่องมาถึงแล้ว*”
17ตั้งแต่นั้นมา พระเยซูก็เริ่มประกาศว่า

พระเยซู

จงกลับใจ เพราะว่าอาณาจักรแห่งสวรรค์ใกล้จะมาถึงแล้ว

18พระเยซูเดินเลียบไปตามทะเลสาบกาลิลี พระองค์เห็นพี่น้องสองคน คือซีโมนซึ่งมีอีกชื่อหนึ่งว่าเปโตร และอันดรูว์น้องชายกำลังทอดแหอยู่ที่ทะเลสาบ ด้วยว่าทั้งสองเป็นชาวประมง 19พระองค์กล่าวกับเขาทั้งสองว่า

พระเยซู

จงตามเรามาเถิด และเราจะสอนให้เจ้าเป็นชาวประมงที่นำฝูงชนมาหาเรา

20ทั้งสองจึงทิ้งแหและอวนเพื่อติดตามพระองค์ไปทันที 21ขณะที่เดินต่อไปนั้น พระองค์เห็นพี่น้องอีกสองคน คือยากอบบุตรของเศเบดี กับยอห์นน้องชายของเขาอยู่ในเรือกับเศเบดีบิดาของเขากำลังชุนแหและอวนอยู่ พระองค์จึงเรียกเขา 22เขาทั้งสองก็ละจากเรือและบิดาเพื่อติดตามพระองค์ไปทันที
23พระเยซูสั่งสอนตามศาลาที่ประชุมทั่วทั้งแคว้นกาลิลี เพื่อประกาศข่าวประเสริฐเรื่องอาณาจักรของพระเจ้า และพระองค์รักษาผู้คนให้หายขาดจากโรคภัยไข้เจ็บทุกชนิด 24ข่าวเกี่ยวกับพระองค์แพร่ไปทั่วแคว้นซีเรีย มีผู้คนพาคนป่วยมาหาพระองค์ คนเหล่านั้นป่วยด้วยโรคนานาชนิด เช่น คนที่ทนทุกข์ทรมาน คนที่มีมารสิง คนที่เป็นโรคลมชักและคนง่อย แล้วพระองค์ก็รักษาพวกเขาให้หายขาดจากโรค 25ฝูงชนจำนวนมากติดตามพระองค์จากแคว้นกาลิลี แคว้นทศบุรี เมืองเยรูซาเล็ม แคว้นยูเดีย และจากอีกฟากของแม่น้ำจอร์แดน

*3:3 ฉบับอิสยาห์ 40:3
*3:7a ฟาริสี มีความหมายว่า “คนที่แยกออกจากผู้อื่น” เป็นกลุ่มผู้นำชาวยิวซึ่งมีหน้าที่ปฏิบัติตนตามกฎบัญญัติเพื่อเป็นตัวอย่าง
*3:7b สะดูสี เป็นกลุ่มผู้นำศาสนาของชาวยิวที่มั่งมี สมาชิกส่วนใหญ่เป็นปุโรหิต เป็นพวกที่ไม่ยอมเชื่อสิ่งอัศจรรย์
*4:1 พญามาร ความหมายของชื่อคือ “ผู้กล่าวหา”
*4:4 ฉบับเฉลยธรรมบัญญัติ 8:3
*4:6 ฉบับสดุดี 91:11,12
*4:7 ฉบับเฉลยธรรมบัญญัติ 6:16
*4:10a คำว่า ซาตาน ในภาษาฮีบรูหมายถึงพญามาร ความหมายคือ “ผู้ต่อต้าน”
*4:10b ฉบับเฉลยธรรมบัญญัติ 6:13
*4:15 คนนอก หมายถึงชนชาติอื่นๆ ที่ไม่ใช่ชาวยิว
*4:16 ฉบับอิสยาห์ 9:1,2

เปิดพระคำพระเจ้า

  • สิ่งที่โดดเด่นที่สุดสำหรับท่านในเรื่องนี้คืออะไร
  • ท่านได้เรียนรู้ความจริงอะไรเกี่ยวกับพระลักษณะของพระเจ้า
  • ท่านได้เรียนรู้ความจริงอะไรเกี่ยวกับมนุษย์ทั้งชายและหญิง
  • ท่านจะนำคำสอนในเรื่องนี้มาเปลี่ยนแปลงชีวิตอย่างไร
พระคัมภีร์ ฉบับแปลใหม่ (NTV) ฉบับ 2016
สงวนลิขสิทธิ์ © 1998, 2012
โดย หน่วยงานพระคัมภีร์ฉบับแปลใหม่

© 2018 SourceView LLC.
11