องค์กษัตราลงมือ : ความเชื่อ และ การถูกต่อต้าน

มัทธิว 13:54-17:27

1354และเมื่อมาถึงเมืองที่พระองค์เติบโตมา พระองค์ก็เริ่มสั่งสอนผู้คนในศาลาที่ประชุม จนพวกเขาอัศจรรย์ใจกันและพูดว่า

คนจากเมืองนาซาเร็ธ

ชายผู้นี้ได้สติปัญญาและอานุภาพอันอัศจรรย์นี้มาจากไหน 55ผู้นี้เป็นบุตรช่างไม้มิใช่หรือ แม่ชื่อมารีย์มิใช่หรือ พวกน้องชายคือยากอบ โยเซฟ ซีโมน และยูดาส 56และน้องสาวทั้งปวงอยู่กับเรามิใช่หรือ แล้วชายผู้นี้เอาสิ่งเหล่านี้มาจากไหน

57และพวกเขาก็เหยียดหยามพระองค์ แต่พระเยซูกล่าวกับเขาว่า

พระเยซู

ผู้เผยคำกล่าวของพระเจ้าเป็นที่ยอมรับนับถือทั่วทุกแห่งหน เว้นแต่ในเมืองที่ตนเติบโตมาและในครอบครัวของตนเอง

58แล้วพระองค์ก็ไม่ได้กระทำสิ่งอัศจรรย์ที่นั่นมากเท่าใด ก็เนื่องมาจากความไม่เชื่อของพวกเขา
141ในครั้งนั้นเฮโรด*ผู้ปกครองแคว้นได้ยินเรื่องราวของพระเยซู 2จึงพูดกับพวกผู้รับใช้ว่า

เฮโรดผู้ปกครองแคว้น

ผู้นี้เป็นยอห์นผู้ให้บัพติศมา ท่านฟื้นคืนชีวิตจากความตายแล้ว จึงเป็นเหตุให้ท่านมีอานุภาพสำแดงสิ่งอัศจรรย์ต่างๆ ได้

3เมื่อครั้งที่เฮโรดให้คนจับกุมยอห์น ท่านให้จำตรวนไว้ในคุก เพราะเห็นแก่นางเฮโรเดียสภรรยาของฟีลิปน้องชายของตน 4เพราะยอห์นได้พูดไว้เสมอว่า

ยอห์นผู้ให้บัพติศมา

เป็นการผิดกฎที่ท่านจะสมรสกับนาง

5แม้เฮโรดต้องการจะฆ่ายอห์นให้ตายแต่ยังกลัวฝูงชนอยู่ เพราะพวกเขานับว่ายอห์นเป็นผู้เผยคำกล่าวของพระเจ้า 6เมื่อถึงวันเกิดของเฮโรด บุตรสาวของนางเฮโรเดียสเต้นระบำต่อหน้าผู้คน และเป็นที่พอใจของเฮโรด 7เฮโรดจึงปฏิญาณจะให้สิ่งใดก็ตามที่เธอขอ 8มารดาของเธอแนะให้เธอขอ เธอจึงขอว่า

เฮโรเดียสภรรยาของเฮโรด

ข้าพเจ้าขอศีรษะของยอห์นผู้ให้บัพติศมาบนถาดเดี๋ยวนี้

9แม้เฮโรดจะเศร้าใจ แต่เป็นเพราะคำปฏิญาณและเห็นแก่แขกในงาน ท่านจึงสั่งให้นำมาให้ 10ท่านสั่งให้คนตัดศีรษะของยอห์นในคุก 11ฉะนั้นศีรษะถูกวางมาบนถาดนำมาให้เด็กสาวคนนั้น และเธอก็นำไปให้มารดา 12พวกสาวกของยอห์นมารับเอาร่างของท่านไปฝัง แล้วไปรายงานต่อพระเยซู
13เมื่อพระเยซูทราบเรื่องจึงลงเรือจากที่นั่นไปยังที่ร้างตามลำพัง ฝูงชนจากเมืองต่างๆ รู้เช่นนั้นก็ได้เดินตามพระองค์ไป 14เมื่อพระองค์ขึ้นฝั่งก็เห็นมหาชนและเกิดความสงสาร พระองค์ได้รักษาผู้คนที่ป่วยไข้ 15ครั้นถึงเวลาเย็น เหล่าสาวกมาพูดกับพระองค์ว่า

บรรดาสาวกของพระเยซู

ที่นี่เป็นถิ่นทุรกันดารและเวลาล่วงเลยแล้วเช่นนี้ ฉะนั้นขอให้ปล่อยผู้คนไปเถิด พวกเขาจะได้เข้าไปตามหมู่บ้านซื้ออาหารกันเอง

16พระเยซูกล่าวว่า

พระเยซู

พวกเขาไม่จำเป็นต้องไปหรอก พวกเจ้าเอาอาหารมาให้เขาเถิด

17บรรดาสาวกจึงพูดกับพระองค์ว่า

บรรดาสาวกของพระเยซู

พวกเรามีเพียงขนมปัง 5 ก้อนกับปลา 2 ตัวเท่านั้น

18พระองค์กล่าวว่า

พระเยซู

เอาอาหารนั้นมาให้เราเถิด

19พระองค์สั่งให้ฝูงชนนั่งลงบนพื้นหญ้า พระองค์หยิบขนมปัง 5 ก้อนกับปลา 2 ตัว และแหงนหน้าขึ้นสู่สวรรค์กล่าวขอบคุณพระเจ้า และบิขนมปังยื่นให้เหล่าสาวก ซึ่งสาวกก็แจกจ่ายให้แก่ฝูงชน 20พวกเขาทุกคนได้รับประทานกันจนอิ่มหนำ และสามารถรวบรวมอาหารที่เหลือได้ 12 ตะกร้าเต็มๆ 21มีผู้ชายประมาณ 5,000 คนที่รับประทานกัน ไม่นับผู้หญิงและเด็ก
22พระองค์สั่งให้เหล่าสาวกลงเรือข้ามฟากไปล่วงหน้าพระองค์ทันที ขณะเดียวกัน พระองค์บอกให้ฝูงชนกลับไปบ้าน 23หลังจากพระองค์บอกให้ฝูงชนกลับไปบ้านแล้ว พระองค์ก็ขึ้นไปบนภูเขาตามลำพังเพื่ออธิษฐาน เมื่อเย็นลงพระองค์ก็ยังอยู่ที่นั่นแต่ผู้เดียว 24เรือออกไปไกลจากฝั่งมากแล้ว และถูกคลื่นซัดเพราะทวนลม 25ระหว่างตีสามถึงหกโมงเช้าพระองค์เดินบนผิวน้ำในทะเลสาบไปยังสาวก 26เมื่อสาวกเห็นพระองค์เดินบนผิวน้ำ ก็ตกใจพูดว่า

บรรดาสาวกของพระเยซู

ผีมา

แล้วส่งเสียงร้องด้วยความกลัว 27พระองค์กล่าวกับพวกเขาทันทีว่า

พระเยซู

ทำใจให้ดีไว้เถิด นี่เราเอง อย่ากลัวเลย

28เปโตรตอบว่า

ซีโมนเปโตร

พระองค์ท่าน ถ้าเป็นพระองค์ โปรดสั่งให้ข้าพเจ้าเดินบนน้ำมาหาพระองค์เถิด

29พระองค์กล่าวว่า

พระเยซู

มาเถิด

เปโตรก้าวออกจากเรือ แล้วเดินบนน้ำไปหาพระเยซู 30เปโตรเห็นว่ามีลมพัด จึงเกิดความกลัวแล้วเริ่มจมน้ำ เขาร้องส่งเสียงว่า

ซีโมนเปโตร

พระองค์ท่าน ช่วยข้าพเจ้าด้วย

31ทันใดนั้น พระเยซูยื่นมือออกไปจับเปโตรแล้วกล่าวว่า

พระเยซู

เจ้ามีความเชื่อน้อยเสียจริง ทำไมเจ้าจึงสงสัย

32เมื่อได้ลงเรือกันแล้ว ลมก็หยุดพัด 33พวกคนที่อยู่ในเรือก็ก้มกราบนมัสการพระองค์ แล้วพูดว่า

บรรดาสาวกของพระเยซู

พระองค์เป็นบุตรของพระเจ้าอย่างแท้จริง

34ครั้นข้ามฟากไปแล้วก็ขึ้นฝั่งที่แขวงเยนเนซาเรท 35ผู้คนในเมืองนั้นจำพระองค์ได้ จึงให้คนไปบอกและพาคนป่วยไข้จากแขวงเมืองรอบๆ นั้นมาหาพระองค์ 36และขอให้พระองค์โปรดให้ผู้ป่วยเพียงแต่แตะชายเสื้อตัวนอกของพระองค์ ทุกคนที่กระทำอย่างนั้นแล้วก็หายขาดจากโรค
151มีพวกฟาริสีและอาจารย์ฝ่ายกฎบัญญัติบางคนมาจากเมืองเยรูซาเล็มมาพูดกับพระองค์ว่า

กลุ่มผู้นำชาวยิว

2ทำไมบรรดาสาวกของท่านละเมิดประเพณีนิยมของบรรพบุรุษ พวกเขาไม่ล้างมือเวลารับประทานอาหาร

3พระองค์กล่าวตอบว่า

พระเยซู

แล้วทำไมพวกท่านจึงละเมิดกฎบัญญัติของพระเจ้าเพื่อเห็นแก่ประเพณีนิยมของท่านเอง 4พระเจ้ากล่าวว่า ‘จงให้เกียรติบิดามารดาของเจ้า’* และ ‘คนที่พูดว่าร้ายบิดามารดา ก็ให้เขาได้รับโทษถึงตาย’* 5แต่พวกท่านพูดว่า ถ้าผู้ใดพูดกับบิดาหรือมารดาว่า ‘สิ่งของของเราที่จะช่วยเหลือบิดามารดาได้นั้น ได้มอบให้แก่พระเจ้าแล้ว’ 6ดังนั้นเขาไม่จำเป็นต้องให้เกียรติบิดาหรือมารดาของเขา ซึ่งเป็นอันว่าพวกท่านยกเลิกคำกล่าวของพระเจ้าเพื่อเห็นแก่ประเพณีนิยมของท่าน 7พวกหน้าไหว้หลังหลอก อิสยาห์ได้เผยคำกล่าวของพระเจ้าถึงพวกท่านถูกต้องแล้วว่า
8‘คนเหล่านี้ให้เกียรติเราเพียงแค่ปาก
แต่ใจของเขาห่างไกลจากเรา
9พวกเขากราบนมัสการเราโดยไร้ประโยชน์
เขาสอนกฎเกณฑ์ของมนุษย์
เสมือนว่าเป็นคำสั่งสอนของพระเจ้า’*

10หลังจากพระองค์ได้เรียกฝูงชนมาแล้ว พระองค์กล่าวว่า

พระเยซู

จงฟังและเข้าใจว่า 11ไม่ใช่สิ่งที่เข้าปากที่ทำให้คนเป็นมลทิน แต่สิ่งที่ออกจากปากนั่นแหละที่ทำให้คนเป็นมลทิน

12บรรดาสาวกมาพูดกับพระองค์ว่า

บรรดาสาวกของพระเยซู

พระองค์ทราบไหมว่า พวกฟาริสีโกรธเคืองมากที่ได้ยินพระองค์กล่าวเช่นนั้น

13พระองค์กล่าวตอบว่า

พระเยซู

ต้นไม้ทุกต้นที่พระบิดาในสวรรค์ของเราไม่ได้ปลูกไว้จะถูกถอนรากเสีย 14ช่างพวกเขาเถิด พวกคนตาบอดเป็นคนนำคนตาบอดเอง ถ้าชายตาบอดคนหนึ่งนำคนตาบอดอีกคนหนึ่ง ทั้งสองก็จะพากันตกบ่อ

15เปโตรพูดตอบพระองค์ว่า

ซีโมนเปโตร

โปรดอธิบายคำอุปมาแก่พวกเราด้วย

16พระเยซูกล่าวว่า

พระเยซู

เจ้ายังไม่เข้าใจเช่นกันหรือ 17เจ้าไม่เข้าใจหรือว่า ทุกสิ่งที่เข้าปาก ผ่านเข้าไปในท้อง แล้วก็ออกนอกกายไป 18แต่สิ่งที่ออกจากปากมาจากใจ สิ่งนี้แหละที่ทำให้คนเป็นมลทิน 19เพราะว่าสิ่งที่ออกจากใจคือความคิดชั่วร้าย การฆ่าคน การผิดประเวณี การประพฤติผิดทางเพศ การลักขโมย การเป็นพยานเท็จ การใส่ร้าย 20สิ่งเหล่านี้ทำให้คนเป็นมลทิน แต่การรับประทานด้วยมือที่ไม่ล้างไม่ทำให้คนเป็นมลทิน

21พระเยซูไปจากสถานที่นั้น และไปยังเขตเมืองไทระและไซดอน 22มีหญิงชาวคานาอันคนหนึ่งมาจากชายแดนนั้นส่งเสียงร้องว่า

ผู้หญิงจากซีเรียฟีนิเซีย

พระองค์ท่าน บุตรของดาวิด โปรดเมตตาข้าพเจ้าด้วย ลูกสาวของข้าพเจ้าถูกมารสิงจนแย่แล้ว

23พระองค์ไม่ตอบนางสักคำเดียว บรรดาสาวกของพระองค์มาขอร้องพระองค์ว่า

บรรดาสาวกของพระเยซู

โปรดขับไล่นางไปเถิด เพราะนางร้องตะโกนตามพวกเรามา

24พระองค์กล่าวตอบว่า

พระเยซู

พระเจ้าส่งเรามายังชนชาติอิสราเอลเท่านั้น เพราะพวกเขาเป็นเสมือนฝูงแกะที่หลงหาย

25นางมาก้มกราบเบื้องหน้าพระองค์แล้วกล่าวว่า

ผู้หญิงจากซีเรียฟีนิเซีย

พระองค์ท่าน โปรดช่วยข้าพเจ้าด้วย

26พระองค์กล่าวตอบว่า

พระเยซู

การที่จะเอาอาหารของเด็กๆ โยนให้พวกสุนัขนั้นไม่ดี

27นางพูดว่า

ผู้หญิงจากซีเรียฟีนิเซีย

ใช่แล้ว พระองค์ท่าน แต่แม้สุนัขก็ยังกินเศษอาหารที่ตกจากโต๊ะของนายมัน

28พระเยซูกล่าวตอบนางว่า

พระเยซู

หญิงเอ๋ย เจ้ามีความเชื่อสูงส่ง จงเป็นไปตามที่เจ้าต้องการเถิด

ครั้นแล้วลูกสาวของนางก็หายเป็นปกติดีทันที
29พระเยซูจากที่นั่นไปตามริมทะเลสาบกาลิลี แล้วขึ้นไปนั่งอยู่บนภูเขา 30มหาชนพาคนง่อย คนพิการ คนตาบอด คนใบ้และอื่นๆ อีกมากมาหาพระองค์ พวกเขานำคนเหล่านั้นมาอยู่ที่แทบเท้าของพระองค์ แล้วพระองค์ก็รักษาพวกเขาให้หายขาด 31ฝูงชนพากันอัศจรรย์ใจเมื่อเห็นคนใบ้พูดได้ คนพิการหายเป็นปกติ คนง่อยเดินได้ คนตาบอดมองเห็น และเขาเหล่านั้นก็สรรเสริญพระเจ้าของอิสราเอล
32พระเยซูเรียกบรรดาสาวกของพระองค์มาหาและกล่าวว่า

พระเยซู

เราสงสารบรรดาฝูงชน เพราะพวกเขาอยู่กับเรามาได้ 3 วันแล้วโดยไม่มีอะไรรับประทาน เราไม่อยากให้เขาเดินหิวกลับบ้านไป เขาอาจจะเป็นลมระหว่างทางก็ได้

33บรรดาสาวกพูดกับพระองค์ว่า

บรรดาสาวกของพระเยซู

ในที่กันดารเช่นนี้ พวกเราจะเอาอาหารจากไหนมาเลี้ยงฝูงชนจำนวนมากได้

34พระเยซูกล่าวกับพวกเขาว่า

พระเยซู

พวกเจ้ามีขนมปังกี่ก้อน”เขาตอบว่า

บรรดาสาวกของพระเยซู

7 ก้อนกับปลาเล็กๆ อีกสองสามตัว

35ครั้นแล้วพระองค์ก็สั่งให้ฝูงชนนั่งลงบนพื้นดิน 36พระองค์หยิบขนมปัง 7 ก้อนกับปลานั้นมา และกล่าวขอบคุณพระเจ้า บิส่งให้เหล่าสาวก แล้วพวกเขาก็แจกให้แก่ฝูงชน 37ทุกคนรับประทานจนอิ่มหนำ พวกเขารวบรวมอาหารที่เหลือได้เต็ม 7 ตะกร้าใหญ่ 38ผู้ที่รับประทานอาหารนั้นมีผู้ชาย 4,000 คน ไม่นับผู้หญิงและเด็ก 39พระองค์บอกให้ฝูงชนกลับไปบ้าน แล้วก็ลงเรือไปยังเขตเมืองมากาดาน
161พวกฟาริสีและสะดูสีเข้ามาใกล้พระเยซูเพื่อทดสอบขอให้พระองค์แสดงปรากฏการณ์อัศจรรย์จากสวรรค์ 2พระองค์กล่าวตอบพวกเขาว่า

พระเยซู

เมื่อถึงเวลาเย็น พวกท่านจะพูดว่า ‘อากาศจะดี เพราะท้องฟ้าแดง’ 3ในเวลาเช้าก็ว่า ‘วันนี้จะมีพายุ เพราะท้องฟ้าแดงครึ้ม’ ท่านรู้จักตีความหมายของความเป็นไปของท้องฟ้า แต่ปรากฏการณ์อัศจรรย์ต่างๆ ของเวลานี้ ท่านไม่สามารถตีความได้ 4คนในช่วงกาลเวลาอันชั่วโฉดและไม่ภักดีต่อพระเจ้า แสวงหาปรากฏการณ์อัศจรรย์แต่จะไม่ได้รับ นอกจากปรากฏการณ์อัศจรรย์ของโยนาห์เท่านั้น

ครั้นแล้วพระองค์ก็จากไป
5บรรดาสาวกข้ามไปยังอีกฟากหนึ่งและลืมเอาขนมปังไปด้วย 6พระเยซูกล่าวกับพวกเขาว่า

พระเยซู

จงระวังเชื้อยีสต์ของพวกฟาริสีและสะดูสีให้ดี

7พวกเขาจึงพูดกันเองว่า

พระเยซู

เป็นเพราะว่าพวกเราไม่ได้เอาขนมปังมาด้วย

8พระเยซูทราบเรื่องดีจึงกล่าวว่า

พระเยซู

ช่างมีความเชื่อน้อยจริง ทำไมพวกเจ้าจึงพูดกันในพวกเจ้าถึงเรื่องไม่มีขนมปัง 9พวกเจ้ายังไม่เข้าใจอีกหรือ จำเรื่องขนมปัง 5 ก้อนกับคน 5,000 คนไม่ได้หรือ และเจ้ารวบรวมได้กี่ตะกร้า 10หรือขนมปัง 7 ก้อนกับคน 4,000 คน เจ้ารวบรวมได้กี่ตะกร้าใหญ่ 11เป็นอย่างไรนะ ที่พวกเจ้าไม่เข้าใจว่าเราไม่ได้พูดกับเจ้าเรื่องขนมปังเลย แต่จงระวังเชื้อยีสต์ของพวกฟาริสีและสะดูสี

12แล้วพวกสาวกจึงเข้าใจว่าพระองค์ไม่ได้กล่าวว่า ให้ระวังเชื้อยีสต์ในขนมปัง แต่ให้ระวังการสั่งสอนของพวกฟาริสีและสะดูสี
13เมื่อพระเยซูเข้าไปถึงเขตเมืองซีซารียาฟีลิปปี พระองค์เริ่มถามบรรดาสาวกว่า

พระเยซู

ผู้คนพูดกันว่าบุตรมนุษย์เป็นใคร

14พวกเขาพูดว่า

บรรดาสาวกของพระเยซู

บางคนพูดว่า เป็นยอห์นผู้ให้บัพติศมา บ้างพูดว่าเป็นเอลียาห์ บางคนก็ว่าเป็นเยเรมีย์ หรือเป็นผู้หนึ่งผู้ใดในบรรดาผู้เผยคำกล่าวของพระเจ้า

15พระองค์กล่าวว่า

พระเยซู

แต่พวกเจ้าพูดว่าเราเป็นใคร

16ซีโมนเปโตรตอบว่า

ซีโมนเปโตร

พระองค์เป็นพระคริสต์ พระบุตรของพระเจ้าผู้ดำรงอยู่

17พระเยซูกล่าวตอบเปโตรว่า

พระเยซู

ซีโมนบุตรโยนาห์เอ๋ย เจ้าก็เป็นสุข มนุษย์มิได้สำแดงเรื่องนี้ให้เจ้ารับรู้ แต่เป็นพระบิดาในสวรรค์ของเรา 18เราขอบอกเจ้าด้วยว่า เจ้าคือเปโตร* เราจะสร้างคริสตจักรของเราบนหินนี้ และแม้พลังจากแดนคนตายก็ไม่อาจมีชัยต่อคริสตจักรนี้ได้ 19เราจะให้ลูกกุญแจของอาณาจักรแห่งสวรรค์แก่เจ้า อะไรก็ตามที่เจ้าห้ามในโลกก็จะถูกห้ามในสวรรค์ และอะไรก็ตามที่เจ้าอนุญาตในโลก ก็จะได้รับอนุญาตในสวรรค์

20แล้วพระองค์ก็กำชับบรรดาสาวกว่า พวกเขาจะต้องไม่บอกผู้ใดว่า พระองค์เป็นพระคริสต์
21จากนั้นมา พระเยซูเริ่มแสดงให้บรรดาสาวกทราบว่า พระองค์ต้องไปยังเมืองเยรูซาเล็ม จะต้องทนทุกข์ทรมานหลายประการจากพวกผู้ใหญ่ มหาปุโรหิต และจากพวกอาจารย์ฝ่ายกฎบัญญัติ พระองค์จะถูกประหารชีวิต แล้ว 3 วันต่อมาจะฟื้นคืนชีวิต 22เปโตรก็พูดทัดทานพระองค์เป็นการส่วนตัวว่า

ซีโมนเปโตร

พระองค์ท่าน ขอพระเจ้าโปรดอย่าให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นเลย จะให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นกับพระองค์ไม่ได้

23แล้วพระองค์ก็หันไปพูดกับเปโตรว่า

พระเยซู

เจ้าซาตาน จงไปให้พ้น เจ้าเป็นสิ่งกีดขวางเรา เพราะเจ้าไม่คิดในมุมของพระเจ้า แต่คิดจากมุมมองของมนุษย์

24แล้วพระเยซูกล่าวกับบรรดาสาวกของพระองค์ว่า

พระเยซู

ถ้าใครปรารถนาจะตามเรามา เขาต้องไม่เห็นแก่ตนเอง และแบกไม้กางเขนของเขา และติดตามเราไป 25เพราะใครก็ตามที่พยายามช่วยชีวิตของตนให้รอด จะสูญเสียชีวิตนั้น แต่ใครก็ตามที่ยอมเสียชีวิตของเขาเพื่อเรา ก็จะมีชีวิตที่รอดพ้น 26จะมีประโยชน์อันใด หากคนหนึ่งได้ทั้งโลกมาเป็นของตน แต่ต้องเสียชีวิตของเขาไป หรือคนหนึ่งจะเอาอะไรมาแลกเปลี่ยนกับชีวิตของตนได้ 27บุตรมนุษย์จะมาด้วยพระสง่าราศีของพระบิดาของท่าน พร้อมด้วยบรรดาทูตสวรรค์ของท่าน แล้วจะสนองตอบแก่ทุกคนตามแต่การกระทำของเขา 28เราขอบอกความจริงกับเจ้าว่า บางคนที่ยืนอยู่ที่นี่จะไม่รู้รสความตาย ก่อนที่จะเห็นบุตรมนุษย์มาในอาณาจักรของท่าน

171หกวันต่อมา พระเยซูพาเปโตร ยากอบและน้องชายของเขาคือยอห์น ขึ้นไปยังภูเขาสูงแต่เพียงลำพัง 2ร่างกายของพระองค์เปลี่ยนไปต่อหน้าพวกเขา ใบหน้าเปล่งรังสีราวกับดวงอาทิตย์ และเสื้อตัวนอกของพระองค์ก็ขาวกระจ่างเรืองรองดุจแสงสว่าง 3ในทันใดนั้น โมเสสและเอลียาห์ได้ปรากฏแก่พวกเขา และกำลังพูดอยู่กับพระองค์ 4เปโตรพูดกับพระเยซูว่า

ซีโมนเปโตร

พระองค์ท่าน ดีเหลือเกินที่พวกเราได้มาอยู่กันที่นี่ ถ้าพระองค์ปรารถนา ข้าพเจ้าจะสร้างกระโจม 3 หลังที่นี่ กระโจมหนึ่งสำหรับพระองค์ กระโจมหนึ่งสำหรับโมเสส และกระโจมหนึ่งสำหรับเอลียาห์

5ขณะที่เขากำลังพูดอยู่นั้น เมฆสว่างจ้าก้อนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นปกคลุมผู้คน ณ ที่นั้น ในทันใดนั้น มีเสียงจากเมฆกล่าวว่า

พระเจ้า

ผู้นี้เป็นบุตรที่รักของเรา คือผู้ที่เราพอใจมาก จงฟังท่านเถิด

6เมื่อพวกสาวกได้ยินเช่นนั้นก็ซบหน้าลงกับพื้นด้วยความกลัวยิ่ง 7พระเยซูมาสัมผัสตัวพวกเขาและกล่าวว่า

พระเยซู

ลุกขึ้นเถิด อย่ากลัวเลย

8เมื่อเขาเหล่านั้นเงยหน้าขึ้นดูก็ไม่เห็นใครเลย เว้นแต่พระเยซูเท่านั้น
9ขณะที่ลงมาจากภูเขา พระเยซูสั่งพวกเขาว่า

พระเยซู

อย่าบอกใครๆ ในเรื่องภาพที่เห็นจนกว่าบุตรมนุษย์จะฟื้นคืนชีวิตจากความตาย

10เหล่าสาวกของพระองค์ถามว่า

บรรดาสาวกของพระเยซู

แล้วทำไมพวกอาจารย์ฝ่ายกฎบัญญัติพูดกันว่า เอลียาห์ต้องมาก่อน

11พระองค์กล่าวตอบว่า

พระเยซู

เอลียาห์จะต้องมาและจะทำให้ทุกสิ่งคืนสู่สภาพเดิม 12แต่เราขอบอกเจ้าว่า เอลียาห์ได้มาแล้ว พวกเขาไม่รู้ว่าเป็นเอลียาห์ และกระทำต่อเขาตามใจชอบ บุตรมนุษย์จะทนทุกข์ทรมานเพราะพวกเขาเช่นเดียวกัน

13ดังนั้นเหล่าสาวกจึงเข้าใจว่าพระองค์ได้กล่าวถึงยอห์นผู้ให้บัพติศมาให้พวกเขาฟัง
14เมื่อพระเยซูและเหล่าสาวกมายังฝูงชน มีชายคนหนึ่งเข้ามาก้มกราบเบื้องหน้าพระองค์และกล่าวว่า

บิดาของเด็กเป็นโรคลมชัก

15พระองค์ท่าน โปรดเมตตาลูกชายของข้าพเจ้าด้วย เพราะเขาเป็นโรคลมชักและทรมานมาก เขามักจะพลัดตกในกองไฟและพลัดตกน้ำบ่อยครั้ง 16ข้าพเจ้าพาเขาไปหาเหล่าสาวกของพระองค์ แต่พวกเขารักษาให้ไม่ได้

17พระเยซูกล่าวตอบว่า

พระเยซู

คนในช่วงกาลเวลานี้ช่างไร้ความเชื่อ และบิดเบือนเสียจริง เราจะต้องอยู่กับพวกเจ้านานสักเท่าไร เราจะต้องทนต่อพวกเจ้าไปนานสักเท่าไร พาเขามาหาเราที่นี่เถิด

18พระเยซูห้ามมารให้หยุด และมันก็ออกจากตัวเด็ก และเขาก็หายเป็นปกติทันที 19เหล่าสาวกมาหาพระเยซูตามลำพังและถามว่า

บรรดาสาวกของพระเยซู

ทำไมพวกเราจึงขับไล่มันออกมาไม่ได้

20พระองค์กล่าวว่า

พระเยซู

เพราะความเชื่อของเจ้ามีน้อย เราขอบอกความจริงกับเจ้าว่า ถ้าเจ้ามีความเชื่อมากเพียงเท่ากับเมล็ดพันธุ์จิ๋ว เมื่อเจ้าพูดกับภูเขานี้ว่า ‘จงเคลื่อนจากที่นี่ไปที่นั่น’ แล้วมันก็จะเคลื่อน ไม่มีสิ่งใดที่เป็นไปไม่ได้สำหรับเจ้า [ 21แต่มารประเภทนี้จะไม่มีวันถูกขับออกมาได้จนกว่าจะมีการอธิษฐานและอดอาหาร]*

22ขณะที่พวกเขาชุมนุมกันอยู่ที่แคว้นกาลิลี พระเยซูกล่าวว่า

พระเยซู

บุตรมนุษย์จะถูกมอบตัวให้อยู่ในมือของมนุษย์ 23พวกเขาจะฆ่าท่านเสีย และท่านจะฟื้นคืนชีวิตในวันที่สาม

แล้วเหล่าสาวกก็เศร้าใจยิ่งนัก
24เมื่อมาถึงเมืองคาเปอร์นาอุมแล้ว คนเก็บภาษี 2 ดร๊าคม่า*มาหาเปโตรพลางกล่าวว่า

คนเก็บภาษ

อาจารย์ของท่านไม่จ่ายภาษีพระวิหารหรือ

25เปโตรตอบว่า

ซีโมนเปโตร

จ่าย

ครั้นเปโตรเข้าไปในบ้าน พระเยซูกล่าวกับเขาก่อนเลยว่า

พระเยซู

ซีโมน เจ้าคิดว่าอย่างไร บรรดากษัตริย์ในโลกเก็บภาษีอากรและภาษีอื่นๆ จากใคร จากลูกๆ หรือจากผู้อื่น

26เปโตรตอบว่า

ซีโมนเปโตร

จากผู้อื่น

พระเยซูกล่าวว่า

พระเยซู

ถ้าเช่นนั้นก็หมายความว่าลูกๆ ไม่ต้องจ่าย 27แต่เพื่อไม่ให้ใครตำหนิเรา จงไปตกเบ็ดที่ทะเลสาบ เอาปลาตัวแรกที่ตกได้มาเปิดปากดู แล้วเจ้าก็จะพบเหรียญสตาเตเหรียญหนึ่ง* เอาเหรียญนั้นไปจ่ายเขาเป็นภาษีสำหรับเราและเจ้า

*14:1 เฮโรดผู้นี้เป็นบุตรของกษัตริย์เฮโรดในบทที่ 2
*15:4a ฉบับอพยพ 20:12, เฉลยธรรมบัญญัติ 5:16
*15:4b ฉบับอพยพ 21:17,เลวีนิติ 20:9
*15:9 ฉบับอิสยาห์ 29:13
*16:18 เปโตร มีความหมายว่า หิน
*17:21 […]สำเนาโบราณบางฉบับมีข้อความตอนนี้รวมอยู่ด้วย
*17:24 2 ดร๊าคม่า มีค่าประมาณค่าแรงทำงาน 2 วัน
*17:27 1 เหรียญสตาเต มีค่าเท่ากับ 4 ดร๊าคม่า

คำถาม คำถาม และ คำถาม

  • เขียนคำถามทั้งหมดที่ท่านมีจากเรื่อง ใครเป็นผู้ตั้งคำถาม และคำถามเหล่านี้ถูกตั้งเพื่อใคร
  • คำถามไหนที่โดดเด่นมากที่สุดสำหรับท่าน ทำไม
  • ถ้าเป็นไปได้ ท่านอยากจะถามคำถามอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ต่อผู้เขียน
  • คำถามเหล่านี้บ่งบอกถึงชีวิตของท่านอย่างไร
พระคัมภีร์ ฉบับแปลใหม่ (NTV) ฉบับ 2016
สงวนลิขสิทธิ์ © 1998, 2012
โดย หน่วยงานพระคัมภีร์ฉบับแปลใหม่

© 2018 SourceView LLC.
11