การเกิดใหม่ที่อัศจรรย์ของสองคน

ลูกา 1:1-2:40

11ด้วยเหตุว่าหลายท่านได้พยายามรวบรวมเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในหมู่เรา 2คือรวบรวมเรื่องได้เหมือนกับบรรดาผู้รู้เห็นเหตุการณ์มาแต่แรก ซึ่งก็เป็นผู้ประกาศคำกล่าวที่ได้ถ่ายทอดเรื่องเหล่านี้ให้แก่เรา 3ในเมื่อข้าพเจ้าได้สืบสวนเรื่องราวอย่างถ้วนถี่มาแต่ต้นแล้ว จึงควรอย่างยิ่งที่ข้าพเจ้าจะเขียนลำดับเหตุการณ์ถึงใต้เท้าเธโอฟีลัส 4เพื่อท่านจะได้ทราบข้อเท็จจริงในเรื่องที่ท่านได้รับทราบมาแล้ว
5ในสมัยของเฮโรด*กษัตริย์ของแคว้นยูเดีย มีปุโรหิต*ผู้หนึ่งชื่อเศคาริยาห์อยู่ในกลุ่มเวรอาบียาห์ ภรรยาของเขาชื่อเอลีซาเบธเป็นผู้สืบเชื้อสายมาจากตระกูลอาโรน* 6ในสายตาของพระเจ้าแล้ว เขาทั้งสองมีความชอบธรรม ปฏิบัติตนตามพระบัญญัติและกฎข้อบังคับต่างๆ ของพระผู้เป็นเจ้าอย่างเคร่งครัด 7เขาไม่มีบุตรเพราะว่าเอลีซาเบธเป็นหมัน และทั้งสองก็มีอายุมากแล้ว
8ครั้งหนึ่ง ขณะที่กองเวรของเศคาริยาห์เข้าเวรและเขากำลังปฏิบัติหน้าที่ของปุโรหิตอยู่เบื้องหน้าพระเจ้า 9ตามประเพณีของเหล่าปุโรหิต เขาได้รับเลือกโดยการจับฉลากให้เป็นผู้ที่เผาเครื่องหอมในพระวิหารของพระผู้เป็นเจ้า 10ครั้นถึงเวลาเผาเครื่องหอม คนทั่วไปจะอธิษฐานอยู่เพียงภายนอก 11ทูตสวรรค์*ของพระผู้เป็นเจ้าองค์หนึ่งได้มาปรากฏแก่เศคาริยาห์ ยืนอยู่ทางด้านขวาของแท่นเผาเครื่องหอม 12ครั้นเศคาริยาห์เห็นทูตสวรรค์ก็ตกใจกลัว 13ทูตสวรรค์จึงกล่าวว่า

ทูตสวรรค์กาเบรียล

อย่ากลัวเลยเศคาริยาห์ พระเจ้าได้ยินคำอธิษฐานของท่านแล้ว เอลีซาเบธภรรยาของท่านจะให้กำเนิดบุตรชายแก่ท่าน จงตั้งชื่อเขาว่า ยอห์น 14ท่านจะมีความยินดีและดีใจยิ่งนัก คนทั้งหลายก็จะชื่นชมยินดีที่เขาเกิดมา 15เขาจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในสายตาของพระผู้เป็นเจ้า เขาต้องไม่ดื่มเหล้าองุ่นหรือสุราชนิดใดๆ และจะเปี่ยมล้นด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์*นับตั้งแต่อยู่ในครรภ์ของมารดา 16เขาจะนำชาวอิสราเอลจำนวนมากให้กลับใจเข้าหาพระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของเขาทั้งปวง 17เขาจะไปล่วงหน้าพระองค์โดยจิตวิญญาณและอานุภาพของเอลียาห์*เพื่อให้บิดาเปิดใจเข้าหาบุตร และให้ผู้ที่ไม่เชื่อฟังกลับมาเข้าใจถึงวิถีทางของผู้มีความชอบธรรม เขาจะเตรียมผู้คนให้พร้อมเพื่อพระผู้เป็นเจ้า

18เศคาริยาห์ถามทูตสวรรค์ว่า

เศคาริยาห์

ข้าพเจ้าจะแน่ใจได้อย่างไร ในเมื่อข้าพเจ้าและภรรยาอายุมากแล้ว

19ทูตสวรรค์ตอบว่า

ทูตสวรรค์กาเบรียล

เราคือกาเบรียลผู้อยู่เบื้องหน้าพระเจ้า พระองค์ส่งเรามาเพื่อบอกข่าวอันประเสริฐแก่ท่าน 20เพราะท่านไม่เชื่อคำของเรา ท่านจึงมิอาจเปล่งเสียงหรือพูดได้ จนกว่าวันที่เหตุการณ์นี้จะบังเกิดขึ้นตามกำหนดเวลา

21หมู่คนภายนอกที่รอคอยเศคาริยาห์อยู่ต่างก็แปลกใจที่เขาอยู่ในพระวิหารนานกว่าที่เคย 22เมื่อเขาออกมาก็ไม่อาจเจรจาสิ่งใด ได้แต่ส่งภาษาใบ้ ทำให้ผู้คนทั้งหลายคิดไปว่า เขาเห็นภาพนิมิตในพระวิหาร 23เมื่อทำหน้าที่อยู่จนครบกำหนด เศคาริยาห์ก็กลับบ้านไป
24จากนั้นเอลีซาเบธผู้ภรรยาก็ตั้งครรภ์ และไม่ได้ออกไปที่ไหนนานถึง 5 เดือน 25นางพูดว่า

เอลีซาเบธ

ในเวลานี้พระผู้เป็นเจ้าได้โปรดข้าพเจ้า พระองค์ช่วยให้ข้าพเจ้าไม่อับอายผู้คน

26เมื่อเข้าเดือนที่หก พระเจ้าได้ส่งกาเบรียลทูตสวรรค์ไปยังเมืองนาซาเร็ธในแคว้นกาลิลี 27เพื่อพบกับพรหมจาริณีชื่อมารีย์ เธอหมั้นอยู่กับชายผู้หนึ่งคือโยเซฟผู้เป็นเชื้อสายของดาวิด* 28เมื่อทูตสวรรค์ไปถึงก็ได้บอกมารีย์ว่า

ทูตสวรรค์กาเบรียล

สันติสุขจงอยู่กับท่าน ท่านเป็นที่โปรดปรานอย่างยิ่ง พระผู้เป็นเจ้าสถิตกับท่าน

29มารีย์ฉงนใจมากและครุ่นคิดว่าทำไมทูตสวรรค์ทักทายเธอเช่นนั้น 30ทูตสวรรค์พูดต่อไปอีกว่า

ทูตสวรรค์กาเบรียล

อย่ากลัวเลยมารีย์ เพราะท่านเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้า 31ท่านจะตั้งครรภ์และให้กำเนิดบุตรชาย จงตั้งชื่อพระองค์ว่า เยซู* 32พระองค์จะเป็นผู้ยิ่งใหญ่ และจะได้รับการขนานนามว่า พระบุตรของพระเจ้าผู้สูงสุด พระผู้เป็นเจ้า องค์พระเจ้าจะมอบบัลลังก์ของดาวิดผู้เป็นบิดาต้นตระกูลแก่พระองค์ 33และจะครองพงศ์พันธุ์ของยาโคบตลอดกาล อาณาจักรของพระองค์จะไม่มีวันสิ้นสุด

34มารีย์ถามทูตสวรรค์ว่า

มารีย์มารดาของพระเยซู

สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้อย่างไร ในเมื่อข้าพเจ้าเป็นพรหมจาริณี

35ทูตสวรรค์ตอบว่า

ทูตสวรรค์กาเบรียล

พระวิญญาณบริสุทธิ์จะสถิตกับท่าน อำนาจแห่งพระเจ้าผู้สูงสุดจะปกเหนือท่าน ด้วยเหตุนี้องค์ผู้บริสุทธิ์จะได้รับขนานนามว่า พระบุตรของพระเจ้า 36ดูเถิด เอลีซาเบธญาติผู้ชราของท่านตั้งครรภ์ได้ 6 เดือนแล้ว แม้ผู้คนทั้งหลายจะกล่าวว่านางเป็นหมันก็ตาม 37ไม่มีอะไรยากเกินกว่าที่พระเจ้าจะทำได้

38มารีย์กล่าวกับทูตสวรรค์ก่อนที่ทูตสวรรค์จะจากไปว่า

มารีย์มารดาของพระเยซู

ข้าพเจ้าเป็นผู้รับใช้ของพระผู้เป็นเจ้า ขอสิ่งนั้นจงบังเกิดตามคำของท่านเถิด

39มารีย์รีบเดินทางไปยังเมืองหนึ่งซึ่งตั้งอยู่แถบเทือกเขาแห่งแคว้นยูเดีย 40ครั้นเธอเข้าบ้านของเศคาริยาก็ได้ทักทายกับเอลีซาเบธ 41เมื่อเอลีซาเบธได้ยินเสียงทักทายนั้น ทารกในครรภ์ก็ดิ้นแรงราวกับจะโลดแล่น และทันใดนั้นเอลีซาเบธก็เปี่ยมล้นด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ 42เอลีซาเบธร้องด้วยเสียงอันดัง และกล่าวว่า

เอลีซาเบธ

ในหมู่สตรีทั้งหลายเธอเป็นผู้ที่ได้รับพระพร และบุตรในครรภ์ของเธอก็เช่นกัน 43เป็นไปได้อย่างไรที่มารดาของพระผู้เป็นเจ้าของฉันมาเยี่ยมฉัน 44เมื่อได้ยินเสียงเธอทักทาย ทารกในครรภ์ของฉันจึงดิ้นด้วยความยินดี 45เธอคือผู้ที่ได้รับพระพร เพราะเธอเชื่อว่าสิ่งทั้งหลายจะสัมฤทธิผลตามคำกล่าวของพระผู้เป็นเจ้า

46มารีย์พูดว่า

มารีย์มารดาของพระเยซู

จิตวิญญาณของฉันเชิดชูพระผู้เป็นเจ้า
47วิญญาณของฉันชื่นชมยินดีในพระเจ้าผู้ช่วยให้รอดพ้นของฉัน
48เพราะพระองค์สนใจผู้รับใช้ซึ่งเจียมตัว
ดูเถิด ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ทุกชั่วอายุคนจะถือว่าฉันได้รับพระพร
49ด้วยว่าองค์ผู้มีอานุภาพกระทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่แก่ฉัน และพระนามของพระองค์ก็บริสุทธิ์
50ความเมตตาของพระองค์ดำรงอยู่ทุกกาล หากว่ามีผู้ใดเกรงกลัวในพระองค์
51พระองค์ก็แสดงอานุภาพด้วยแขนของพระองค์ สำหรับผู้ที่มีความเย่อหยิ่งในหัวใจ พระองค์ทำให้แยกกระจัดกระจายไป
52พระองค์นำให้ผู้สูงส่งลงจากบัลลังก์ และยกผู้ถ่อมตัวขึ้นมา
53ผู้ที่หิวกระหาย พระองค์ก็ให้จนอิ่มหนำด้วยสิ่งดี และผู้มั่งมีพระองค์ก็จะส่งกลับไปมือเปล่า
54พระองค์ได้ช่วยผู้รับใช้ของพระองค์คือชาวอิสราเอลระลึกถึงความเมตตา
55ที่มีต่ออับราฮัม*และผู้สืบเชื้อสายตลอดไป ดังที่พระองค์กล่าวกับบรรพบุรุษของเรา

56มารีย์พักอยู่กับเอลีซาเบธประมาณ 3 เดือนจึงได้กลับบ้านไป
57เมื่อถึงกำหนดคลอด เอลีซาเบธก็ได้คลอดบุตรเป็นชาย 58เพื่อนบ้านและญาติที่ทราบถึงความเมตตาอันยิ่งใหญ่ของพระผู้เป็นเจ้าที่มีต่อนาง ก็พากันมาแสดงความยินดีกับนาง 59เมื่อถึงวันที่แปด ผู้คนเหล่านั้นก็พากันมาร่วมในพิธีเข้าสุหนัตของทารก และจะตั้งชื่อทารกนี้ว่า เศคาริยาห์ ตามชื่อบิดา 60แต่มารดากลับกล่าวว่า

เอลีซาเบธ

ไม่ได้หรอก ทารกน้อยนี้จะต้องชื่อ ยอห์น

61ผู้คนเหล่านั้นพูดกับนางว่า

เพื่อนบ้านของเอลีซาเบธ

ไม่มีใครในตระกูลของท่านชื่อนี้เลย

62พวกเขาจึงผงกศีรษะเป็นเชิงถามเศคาริยาห์ว่าท่านจะให้ทารกชื่ออะไร 63เศคาริยาห์เขียนลงบนแผ่นไม้ที่เขาให้คนนำมาว่า “ยอห์น คือชื่อของเขา” คนเหล่านั้นต่างประหลาดใจ 64และทันใดนั้นปากและลิ้นของเศคาริยาห์ก็ขยับได้เป็นปกติ เศคาริยาห์จึงกล่าวสรรเสริญพระเจ้า 65เพื่อนบ้านใกล้เคียงก็เกิดความยำเกรง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ถูกเล่าขานกันไปทั่วแถบเทือกเขาแห่งแคว้นยูเดีย 66ทุกคนที่ได้ยินเรื่องเหล่านี้ล้วนแต่สงสัยและพูดว่า

คนในแคว้นยูเดีย

แล้วทารกนี้จะเป็นอย่างไรในภายหน้า

ด้วยว่ามือของพระผู้เป็นเจ้าสถิตกับเขา
67ส่วนเศคาริยาห์ผู้เป็นบิดาเปี่ยมล้นด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ ได้เผยคำกล่าวของพระเจ้าว่า

เศคาริยาห์

68สรรเสริญพระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าแห่งอิสราเอล
เพราะว่าพระองค์ได้มาไถ่ชนชาติของพระองค์
69และได้ยกชูเขาแห่งความรอดพ้นสำหรับเรา*
ในตระกูลของดาวิดผู้รับใช้ของพระองค์
70ดังที่พระองค์ได้กล่าว
ผ่านผู้เผยคำกล่าวของพระเจ้าหลายท่านที่บริสุทธิ์ในสมัยโบราณ
71ความรอดพ้นจากหมู่ศัตรู
และเงื้อมมือของทุกคนที่เกลียดชังเรา
72เพื่อที่จะแสดงความเมตตาต่อบรรพบุรุษของเรา
และเพื่อที่จะระลึกถึงพันธสัญญาอันบริสุทธิ์ของพระองค์
73คำปฏิญาณ*ที่พระองค์ได้สาบานไว้
กับอับราฮัมบรรพบุรุษของเรา
74พระองค์ช่วยให้เราหลุดรอดจากเงื้อมมือของเหล่าศัตรู
และรับใช้พระองค์โดยไม่มีความกลัว
75ด้วยความบริสุทธิ์และความชอบธรรม
ต่อหน้าพระองค์ตลอดชีวิตของเรา
76และเจ้าเอง ลูกยอห์น
เจ้าจะได้ชื่อว่าเป็นผู้เผยคำกล่าวของพระเจ้าผู้สูงสุด
เพราะว่าเจ้าจะไปล่วงหน้าพระผู้เป็นเจ้า เพื่อที่จะเตรียมทางให้แก่พระองค์
77และเพื่อบอกชนชาติของพระองค์ ให้มีความรู้ถึงความรอดพ้น
อันเนื่องมาจากที่ได้รับการยกโทษบาปของเขา
78เพราะว่าพระเจ้าของเรามีใจเมตตาอย่างลึกล้ำ
โดยที่ว่าอรุณรุ่งจากสวรรค์จะมาเยือนเรา
79เพื่อจะส่องให้ผู้ที่นั่งอยู่ในความมืดและในเงาแห่งความตาย
เพื่อจะนำทางให้เราพบกับทางสันติสุข

80ทารกนี้เจริญเติบโตสมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตวิญญาณ เขาอาศัยอยู่ในถิ่นทุรกันดารจนถึงวันที่ปรากฏตัวกับชาวอิสราเอล
21ในครั้งนั้นซีซาร์ออกัสตัส*ได้ออกคำสั่งให้ประชาชนไปจดทะเบียนสำมะโนครัวทั่วราชอาณาจักรโรมัน* 2และเป็นครั้งแรกที่มีการจดทะเบียนขณะที่คีรินิอัสเป็นผู้ว่าราชการแคว้นซีเรีย 3ทุกคนก็เตรียมพร้อมที่จะไปจดทะเบียนยังเมืองของตน
4โยเซฟก็เดินทางไปเช่นกัน เขาออกจากเมืองนาซาเร็ธในแคว้นกาลิลีไปยังเมืองของดาวิด ซึ่งเรียกว่าเบธเลเฮมในแคว้นยูเดีย เพราะเขาสืบเชื้อสายจากราชวงศ์ดาวิด 5เพื่อจดทะเบียนสำมะโนครัวกับมารีย์คู่หมั้นซึ่งกำลังตั้งครรภ์อยู่ 6ขณะที่อยู่ในเมืองนั้นมารีย์ก็ครบกำหนดคลอด 7ทั้งสองไม่อาจหาห้องว่างได้แม้แต่ห้องเดียวจากโรงแรมทั่วไป นางได้ให้กำเนิดบุตรชายหัวปี และใช้ผ้าพันไว้แล้ววางในรางหญ้า
8ในแถบเดียวกันนั้นเองมีคนเลี้ยงแกะกำลังเฝ้าฝูงแกะอยู่ในทุ่งนายามราตรี 9ในทันใดนั้น ทูตสวรรค์องค์หนึ่งของพระผู้เป็นเจ้าก็ปรากฏกายต่อหน้าคนเลี้ยงแกะเหล่านั้น แสงรุ่งโรจน์ของพระผู้เป็นเจ้าส่องล้อมรอบพวกเขา จึงทำให้เขาตกใจกลัวอย่างยิ่ง 10ทูตสวรรค์กล่าวกับพวกเขาว่า

ทูตสวรรค์

อย่ากลัวเลย เรานำข่าวอันประเสริฐที่น่ายินดียิ่งมาให้ทุกท่าน 11ด้วยว่าวันนี้องค์ผู้ช่วยให้รอดพ้นได้กำเนิดขึ้นแล้วในเมืองของดาวิด พระองค์คือพระคริสต์* องค์พระผู้เป็นเจ้า 12สัญลักษณ์สำคัญที่จะทำให้ท่านทราบได้คือ ท่านจะพบว่าทารกนั้นห่อหุ้มด้วยผ้านอนอยู่ในรางหญ้า

13ในทันใดนั้น ชาวสวรรค์กลุ่มใหญ่ก็ได้ปรากฏกายขึ้นใกล้ๆ ทูตสวรรค์องค์นั้น และได้ร่วมกล่าวสรรเสริญพระเจ้าว่า

ทูตสวรรค์กลุ่มใหญ่

14ขอพระบารมีจงมีแด่พระเจ้าในที่สูงสุด
และสันติสุขจงบังเกิดท่ามกลางมวลมนุษย์ในโลกที่พระองค์โปรด

15แล้วทูตสวรรค์เหล่านั้นก็จากคนเลี้ยงแกะคืนสู่สวรรค์ คนเลี้ยงแกะพูดกันเองว่า

คนเลี้ยงแกะ

ถ้าเป็นเช่นนั้นเราจงเดินทางไปยังเมืองเบธเลเฮมกันเถิด จะได้เห็นว่าสิ่งที่พระผู้เป็นเจ้าบอกแก่เรานั้นได้บังเกิดขึ้นจริง

16หมู่คนเลี้ยงแกะจึงได้รีบเดินทางมาพบกับมารีย์ โยเซฟ และทารกน้อยที่นอนอยู่ในรางหญ้า 17เมื่อพวกเขาเห็นพระองค์ก็ได้เล่าเรื่องที่ทูตสวรรค์บอกเกี่ยวกับทารกน้อยนี้ 18ทุกคนที่ได้ยินต่างก็ประหลาดใจกับเรื่องราวที่คนเลี้ยงแกะเหล่านั้นบอกแก่เขา 19แต่ว่ามารีย์เองได้เก็บเรื่องราวทั้งหมดมาใคร่ครวญในใจ 20ขณะที่พวกเลี้ยงแกะกลับออกไป เขาทั้งหลายก็ยกย่องสรรเสริญพระเจ้าที่พวกเขาได้ยินและได้เห็นทุกสิ่ง ตามที่พวกเขาได้รับฟังคำบอกไว้
21เมื่อครบ 8 วันก็ได้เวลาเข้าสุหนัต พระองค์ได้รับนามว่า เยซู ซึ่งเป็นชื่อที่ทูตสวรรค์ให้ไว้กับมารีย์เมื่อก่อนตั้งครรภ์ 22เมื่อครบกำหนดเวลาที่จะทำพิธีชำระตัวตามหมวดกฎบัญญัติของโมเสสแล้ว* โยเซฟและมารีย์ก็นำพระองค์ไปยังเมืองเยรูซาเล็ม เพื่อมอบแด่พระผู้เป็นเจ้า 23ตามที่มีบันทึกไว้ในกฎบัญญัติของพระผู้เป็นเจ้าว่า “บุตรชายคนแรกทุกคนจะนับว่าเป็นบุตรที่ถวายให้แก่พระผู้เป็นเจ้า*” 24และเขายังได้ถวายเครื่องสักการะตามกฎบัญญัติของพระผู้เป็นเจ้าอันได้แก่ “นกเขา 1 คู่ หรือนกพิราบหนุ่ม 2 ตัว*” 25ในเมืองเยรูซาเล็มมีชายผู้หนึ่งชื่อ สิเมโอน ซึ่งเป็นคนที่มีความชอบธรรมทั้งยังเชื่อในพระเจ้ามาก เขารอคอยวันที่ชาวอิสราเอลจะรอดพ้น และพระวิญญาณบริสุทธิ์ก็สถิตกับเขาด้วย 26พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้เผยให้สิเมโอนทราบว่า เขาจะได้เห็นพระคริสต์ของพระผู้เป็นเจ้า ก่อนที่เขาจะตาย 27พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้นำสิเมโอนเข้าไปในพระวิหาร ขณะที่บิดามารดานำพระเยซูมาเข้าพิธีตามกฎบัญญัติ 28สิเมโอนจึงรับพระองค์มาไว้ในอ้อมแขนและกล่าวสรรเสริญพระเจ้าว่า

สิเมโอน

29พระผู้เป็นเจ้าผู้สูงสุด ขอพระองค์ให้ข้าพเจ้าผู้เป็นผู้รับใช้ไปอย่างสันติสุขเถิด
ตามที่ได้สัญญาไว้
30เพราะว่าตาของข้าพเจ้าได้เห็นความรอดพ้นที่มาจากพระองค์
31ซึ่งพระองค์ได้จัดเตรียมไว้เบื้องหน้าคนทั้งปวงแล้ว
32เป็นแสงสว่างให้บรรดาคนนอกได้รู้เห็นชัด*
และเพื่อเป็นบารมีแก่อิสราเอลซึ่งเป็นชนชาติของพระองค์

33บิดามารดาของพระเยซูต่างประหลาดใจเมื่อได้ยินคำที่สิเมโอนกล่าวอ้างถึงพระองค์เช่นนั้น 34หลังจากสิเมโอนอวยพรทั้งสองแล้วก็ได้กล่าวกับมารีย์มารดาของพระองค์ว่า

สิเมโอน

ดูเถิด เด็กผู้นี้ได้รับมอบหมายให้เป็นเหตุของการล้มลงและลุกขึ้นของคนจำนวนมากในอิสราเอล และเป็นปรากฏการณ์สำคัญที่ผู้คนจะต่อต้าน 35เพื่อว่าความคิดในใจของคนเป็นอันมากจะปรากฏชัด และความโศกเศร้าดั่งคมดาบจะทิ่มแทงจิตใจของท่าน มารีย์

36ยังมีหญิงชราผู้เผยคำกล่าวของพระเจ้าคนหนึ่งชื่ออันนา นางเป็นบุตรีของฟานูเอลเผ่าอาเชอร์ นางสมรสอยู่กินกับสามีได้เพียง 7 ปี 37และก็เป็นม่ายมาจนอายุได้ 84 ปี นางไม่เคยย่างกรายออกจากพระวิหารเลย อันนาใช้เวลาทั้งกลางวันและกลางคืนนมัสการ อดอาหาร และอธิษฐาน 38ขณะนั้นนางได้เดินเข้ามาหาและกล่าวขอบคุณพระเจ้า แล้วนางก็พูดถึงพระองค์ให้คนทั้งหลายที่เฝ้ารอการไถ่ของเยรูซาเล็มฟังด้วย
39หลังจากเสร็จพิธีตามกฎบัญญัติของพระผู้เป็นเจ้าแล้ว คนทั้งสามได้เดินทางกลับมายังนาซาเร็ธเมืองของตนในแคว้นกาลิลี 40ทารกนั้นก็ได้เจริญวัยแข็งแรงขึ้นและเปี่ยมด้วยพระปัญญา และพระคุณของพระเจ้าได้สถิตกับพระองค์ด้วย


*1:5a เฮโรด เป็นกษัตริย์ของปาเลสไตน์ตั้งแต่ 4-37 ปีก่อน ค.ศ. (พ.ศ. 506 - 539) ขณะที่พระเยซูคริสต์เกิดราว 5 ปีก่อน ค.ศ. (พ.ศ. 538)
*1:5bปุโรหิต ผู้ที่ทำงานประจำพระวิหาร
*1:5c อาโรน เป็นปุโรหิตคนแรก ในราว 900 ปีก่อนปีพุทธศักราช
*1:11 ทูตสวรรค์ ตัวแทนหรือผู้ส่งข่าวจากสวรรค์
*1:15 พระวิญญาณบริสุทธิ์ พระวิญญาณพระเจ้า
*1:17 เอลียาห์ เป็นผู้เผยคำกล่าวของพระเจ้าในฉบับมาลาคี 4:5,6
*1:27 ตระกูลดาวิด หรือราชวงศ์ดาวิด เมื่อสืบย้อนหลังราชวงศ์ของพระเยซูได้หลักฐานว่ามาจากราชวงศ์ดาวิด อาณาจักรของพระองค์ไม่มีวันสิ้นสุด เป็นสัญญาที่พระเจ้าได้ให้ไว้กับดาวิดในฉบับ 2 ซามูเอล 7:12-16
*1:31 เยซู ภาษาฮีบรูมีความหมายว่า พระเจ้าผู้ช่วยให้รอดพ้น
*1:55 อับราฮัม เป็นบิดาต้นตระกูลของชนชาติยิว
*1:69 เขาสัตว์ เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจและความเข้มแข็ง
*1:73 คำปฏิญาณ พระเจ้าให้คำปฏิญาณกับอับราฮัมในฉบับปฐมกาล 22:16-18
*2:1a ซีซาร์ออกัสตัสเป็นจักรพรรดิและปกครองอาณาจักรโรมัน 27 ปี ก่อน ค.ศ. ถึง 14 ปีหลัง ค.ศ. (พ.ศ. 516-557)
*2:1b อาณาจักรโรมัน ในระยะเวลานั้นประกอบด้วยภาคใต้ของทวีปยุโรป, ตะวันออกกลาง, และอัฟริกาเหนือ
*2:11 คริสต์ เป็นภาษากรีกที่แปลจากภาษาฮีบรู “เมสสิยาห์” ชาวยิวเข้าใจว่า เมสสิยาห์คือผู้ที่ได้รับเลือกและเป็นผู้ช่วยให้รอดพ้นที่พระเจ้าสัญญาไว้ในพันธสัญญาเดิม
*2:22 หมวดกฏบัญญัติของโมเสส พระเจ้าให้กฎบัญญัติไว้กับโมเสสสำหรับชาวอิสราเอลเกือบ 1,500 ปีก่อนที่พระเยซูเกิด
*2:23ฉบับอพยพ 13:2,12
*2:24 ฉบับเลวีนิติ 12:8
*2:32 คนนอก คือชนชาติอื่นๆ ที่ไม่ใช่ชาวยิว

เปรียบเทียบ, เปรียบความแตกต่าง และ การเน้นย้ำ

  • การเปรียบเทียบ คือ การเปรียบระหว่างบุคคลสองคนขึ้นไป เปรียบเทียบความคิด และเปรียบเทียบสถานการณ์ ท่านค้นพบการเปรียบเทียบในเรื่องนี้หรือไม่ ท่านคิดว่าทำไมผู้เขียนถึงเปรียบเทียบสิ่งนี้
  • การเปรียบความแตกต่าง คือ การเปรียบความแตกต่างระหว่างบุคคลสองคนขึ้นไป เปรียบความแตกต่างในความคิด และเปรียบความแตกต่างของสถานการณ์ ท่านคิดว่าทำไมผู้เขียนถึงเปรียบความแตกต่างสิ่งนี้
  • ใช้เวลาในการสังเกตุหาการเน้นย้ำ ในคำพูดหรือแนวคิดที่ท่านพบจากเรื่องนี้
  • ใช้เวลาในการเขียนคำอธิษฐานเพื่อตอบสนองต่อ การเปรียบเทียบ การเปรียบความแตกต่าง และการเน้นย้ำที่ท่านพบจากเรื่องนี้
พระคัมภีร์ ฉบับแปลใหม่ (NTV) ฉบับ 2016
สงวนลิขสิทธิ์ © 1998, 2012
โดย หน่วยงานพระคัมภีร์ฉบับแปลใหม่

© 2018 SourceView LLC.
11